:: ยินดีตอนรับทุกท่าน เข้าสูงการวิจัยการพัฒนาสุขภาพอนามัยนักเรียนของโรงเรียนรัตนาธิเบศร์
 
 
       
   
วิธีดำเนินการ
 
       
 

.......การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาการพัฒนาสุขภาพอนามัยนักเรียนของโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรีเพื่อประโยชน์ต่อโรงเรียนในการนำข้อมูลไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนางานอนามัย
โรงเรียนให้ดีกว่าเดิม ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้


..........(1) กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
..........(2) การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
..........(3) การเก็บรวบรวมข้อมูล
..........(4) การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล
..........(5) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
..........(6) รูปแบบการดำเนินการพัฒนา

การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
.....ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4
ปีการศึกษา 2550 จำนวน 51 ห้องเรียน จำนวน 2,114 คน

.....กลุ่มตัวอย่าง
.....1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาการเจ็บป่วย และการเกิดอุบัติเหตุของ
นักเรียน ได้จากการบันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงประจำวัน
.....2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
ได้จากการสำรวจน้ำหนัก จำนวน 46 คน
.....3. กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม เป็นนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4
ใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi stage Sampling) กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ
ทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane อ้างใน พูนทรัพย์ นาคนาคา. 2542 : 180) คิดความคลาดเคลื่อน
เป็นร้อยละ 5จำนวนประชากร 2,114 คน สามารถคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างได้จำนวน 336 คน ดังนี้



.....ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา จำนวน 336 คน แต่ในการวิจัยครั้งนี้
ใช้นักเรียน 342 คน โดยจำแนกนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 จำนวน 216 คน และนักเรียนช่วงชั้นที่ 4
จำนวน 126 คน โดยเทียบสัดส่วนจากการสุ่มนักเรียนแต่ละห้องเรียน โดยวิธีการสุ่มอย่างมีระบบ (Systematic Ramdom Sampling) ดังนี้

.....นักเรียนช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3)
สุ่มระดับชั้นละ 8 ห้องเรียนๆ ละ 9 คน รวม 216 คน และนักเรียนช่วงชั้นที่ 4 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) สุ่มระดับชั้นละ 7 ห้องเรียนๆละ 6 คน รวม 126 คน รวมจำนวนนักเรียน
สิ้น 342 คน ห้องละ 45 คน ตามสัดส่วนได้ห้องละ 9 คน ดังนั้นช่วงความถี่ 45/9
เท่ากับ 5 คน การสุ่มตัวอย่างแต่ละห้องใช้วิธีการหยิบหมายเลขขึ้นมาได้หมายเลขใด
นับเป็นคนที่ 1 แล้ว นับช่วงๆละ 5 คน จนได้ครบจำนวนกลุ่มตัวอย่าง (วันทนีย์ ชูศิลป์.
2524 : 136) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้รวมทั้งหมด 342 คน ดังแสดงในตารางที่ 3.2



การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

..........เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้มี 2 ชุด ดังนี้คือ
แบบบันทึกสุขภาพนักเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนา
งานอนามัยโรงเรียน โดยมีขั้นตอนการสร้างเครื่องมือดังนี้

ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ

การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มีขั้นตอนในการดำเนินงาน ดังนี้
......(1) ศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
.....(2) นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาสร้างแบบสอบถามโดยให้มีเนื้อหาครอบคลุมวัตถุประสงค์
ของการวิจัย 3 ด้าน เป็นแบบวัดมีลักษณะเป็นมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ของไลเคอร์ท (Likert Rating Scale) รวม 23 ข้อ
.....(3) นำแบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจความตรง
เชิงเนื้อหา (Content Validity) ปรากฏว่าดัชนีความสอดคล้องได้ จำนวน 18 ข้อ อีก 5 ข้อตัดทิ้งเนื่องจากดัชนีความสอดคล้องต่ำกว่า 0.5
.....(4) ปรับปรุงเครื่องมือตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
.....(5) นำเครื่องมือไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนโรงเรียนรัตนาธิเบศร์
จำนวน30 คน ซึ่งไม่เป็นกลุ่มตัวอย่าง แล้วนำผลที่ได้มาหาค่าความเชื่อมั่น
(Reliability) โดยการหาค่าแอลฟาของครอนบาค (Cronbach s Alpha CoeffiCient)
ได้ค่าความเชื่อมั่นที่ระดับ .892 (ประคอง กรรณสูต. 2528 : 45 – 46)
....(6) จัดทำเครื่องมือฉบับสมบูรณ์ แล้วนำไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง

ลักษณะเครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 ชุด ชุดที่ 1 แบ่งเป็น 3 ตอน สำหรับนักเรียนเป็นผู้ตอบ
ชุดที่ 2 ผู้ศึกษาวิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นประจำวันจากงานอนามัยโรงเรียน ดังนี้

ชุดที่ 1 เป็นแบบบันทึกภาวะสุขภาพนักเรียน
.....ตอนที่ 1 แบบบันทึกสุขภาพนักเรียนเกี่ยวกับอาการของโรคหรือ
อาการที่ป่วย
.....ตอนที่ 2 แบบบันทึกภาวการณ์เจริญเติบโตของนักเรียนที่มีน้ำหนัก
ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ชุดที่ 2 เป็นแบบสอบถามนักเรียน แบ่งออกเป็น 3 ตอนคือ
.....ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม
รวม 2 ข้อ เป็นแบบสำรวจรายการ (Check list)
.....ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนา
งานอนามัยโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ เป็นแบบวัดมีลักษณะเป็นมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ของไลเคอร์ท (Likert Rating Scale) รวม 18 ข้อ
.....ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับดังนี้
.....(1) ขออนุญาตเก็บข้อมูลจากผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ และครูที่ปรึกษาโดยแจ้งวัตถุประสงค์ให้นักเรียนทราบ
.....(2) ผู้วิจัยนำแบบสอบถาม ชุดที่ 2 ไปเก็บข้อมูลนักเรียนด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับแบบสอบถามจำนวน 342 คน และเก็บข้อมูลคืนด้วยตนเองภายใน 1 สัปดาห์
ได้แบบสอบถามคืนกลับมา 311 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 90.94 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
ส่วนชุดที่ 1 ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บข้อมูลเองจากงานอนามัยโรงเรียน
.....(3) นำแบบสอบถามมาวิเคราะห์


การวิเคราะห์ข้อมูล

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ทั้งหมดผู้วิจัยได้นำไปวิเคราะห์ดังนี้
.....(1) นำแบบสอบถามที่ได้กลับคืนมาทั้งหมด มาตรวจสอบความสมบูรณ์
ของการตอบแบบสอบถาม ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ทุกขั้นตอนทุกข้อ
.....(2) ให้คะแนนคำตอบแต่ละข้อตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนดไว้
.....(3) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows


สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

..........(1) ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของผู้ตอบแบบสอบถามใช้ค่าแจกแจงความถี่ และ ค่าร้อยละ
..........(2) ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการโครงการพัฒนางานอนามัย
โรงเรียนรัตนาธิเบศรจำนวน 3 ด้าน วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D) แปลค่าเฉลี่ยของประชากรเป็นรายด้านและรายข้อโดยใช้เกณฑ์ของเบส
(Best : 1977, 135 อ้างใน นภาพร สิงหทัต : 2548, 161) ดังนี้

// ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด
// ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก
// ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง
// ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย
// ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยที่สุด


..........(3) ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ วิเคราะห์โดยใช้ค่าแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ
..........(4) ข้อมูลการบันทึกภาวะสุขภาพนักเรียน วิเคราะห์โดยหาค่าร้อยละ ค่าสัดส่วน และค่า
ที (t – test)


รูปแบบการประเมิน

.........ผู้ศึกษาใช้รูปแบบการประเมินงานโครงการพัฒนาสุขภาพอนามัยนักเรียน
โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ที่เน้นวัตถุประสงค์ (Goal base evaluation) ของไทเลอร์ (Tyler)
โดยมีหลักการว่า โครงการใดจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ให้พิจารณาว่าผลที่เกิดขึ้น
จากโครงการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่ตั้งไว้หรือไม่ ดังแผนภาพที่ 3.1


       
 
left space
toplink